5 ไอเดียพาแม่เที่ยววันแม่

S__3940362

5 ไอเดียพาแม่ไปเที่ยวในวันแม่นี้

1. เที่ยววัดทำบุญ อิ่มใจ
แม่ผ่านเรื่องราวลำบากใจมาเยอะแยะมากมาย สถานที่ที่ดีที่หนึ่งสำหรับคนในวัยแม่ นั่นคือ ” วัด” ยิ่งได้ไปกับลูกด้วยแล้วยิ่งทำให้แม่อิ่มใจ และสบายใจไปกับทริปทำบุญแน่นอน
2. เที่ยวห้าง ช็อปกระจาย
แม่ก็คือแม่ และแม่ก็คือท่านหญิงนักช็อป แม่ต้องอดทนประหยัดอดออมมากมาย จนบางทีลืมไปแล้วว่า รสชาติของความมันส์ในการช็อปนั้นเป็นอย่างไร ลองพาแม่ช็อปก็เป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งเลยนะ (เตรียมเงินไว้เยอะๆละ)
3. ทริปกิน ฟินพุงกระจาย
นานแค่ไหนแล้วที่แม่ทำของอร่อยๆให้ทาน ลองให้แม่พักแล้วลองพาท่านไปทานอาหารอร่อยๆสักมื้อ นอกจากอิ่มท้องแล้วก็ยังเอิบอิ่มหัวใจไปด้วยเมื่อลูกสุดที่รักพาแม่ไปทานอาหารมื้อพิเศษ
4. ออกต่างจังหวัด ถนัดทางไกล
ชีวิตประจำวันที่วนไป วนมากับสถานที่เดิมๆ เดินทางเส้นเดิม บางครั้งอาจทำให้เกิดความล้าทั้งกายและใจ ลองเปลี่ยนที่ เปลี่ยนบรรยากาศ พาแม่เดินทางออกต่างจังหวัด ให้แม่พักคิดเรื่องต่างๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
5. เดินตลาด ไม่พลาดเรื่องสำคัญ
วางแผนให้แนบเนียน ตลาดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่แม่ๆทั้งหลายมีความสุขในการจับจ่ายเลือกซื้ออาหารของสด แล้วนำกับมาปรุงที่บ้าน ช่วยกันปรุง คนละไม้ คนละมือ ทำไปทานไป อบอุ่นไม่น้อย แต่เดี๋ยวก่อน ระหว่างหลอกแม่ไปเดินตลาด เรามาจัดการบ้านให้สะอาดเซอร์ไพร้แม่กันดีกว่า ไม่ต้องลงมือเอง (นี่มันสมัยไหนแล้ว) โหลดแอพไม่กี่ขั้นตอน จองบริการ Seekster ให้แม่บ้านเข้าไป ปัดกวาด เช็ด ถู ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ให้แม่กลับบ้านมาตกตลึงกันไปเลยทีเดียว

7 วิธีการเลือกซื้อบ้าน ให้ได้บ้านขั้นเทพ!

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาแนะนำการเลือกซื้อบ้าน ซึ่งก่อนที่ท่านจะซื้อนั้น มีอะไรต้องคำนึงบ้าง มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร มาดูกันเลยครับ

Screen Shot 2560-07-18 at 6.29.20 PM

  1. ความต้องการของคุณ

 

เนื่องจากบ้านนั้นมีหลายขนาดหลายประเภท ยกตัวอย่างประเภทของบ้านเช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยวแบบซื้อ 2 หลังติดกัน พื้นที่ใช้สอยแต่ละโครงการก็แตกต่างกันไป เช่น พื้นที่จอดรถ ทำสวน พักผ่อนมีสัดส่วนที่ต่างกัน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในตัวบ้านและในตัวโครงการว่าเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคุณ

 

  1. งบประมาณ

 

ควรวิเคราะห์ไต่ตรองให้ดี ถ้าคิดผิด วางแผนไม่ดี คุณอาจจะมีความทุกข์อยู่บ้านหลังใหม่ไม่สนุก ให้พิจารณาเรื่องเงินเก็บ รายได้ และค่าใช้จ่ายของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 80% ของราคาบ้าน ดังนั้นคุณควรมีเงินเก็บประมาณ 20% ของราคาบ้าน (เงินดาวน์) หรืออย่างน้อยให้พิจารณาว่าเบื้องต้นคุณสามารถผ่อนดาวน์ได้แน่ๆ ค่าผ่อนบ้านในอัตราที่เหมาะสม คือ 25% ของรายได้ และไม่ควรเกิน 35%

 

  1. ความมั่นคงของเจ้าของโครงการและควรเห็นการสร้างเสร็จก่อนขาย

 

ควรเลือกโครงการที่มีเจ้าของที่เชื่อถือได้ ไม่มีประวัติว่ามีปัญหามาก่อน นอกจากนี้เจ้าของโครงการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มักจะมีความมั่นคงมากกว่า อีกทั้งควรเลือกโครงการที่สร้างเสร็จแล้วเห็นตัวโครงการตัวบ้านจริงๆ เนื่องจากช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีการลอยแพหรือหยุดสร้างระหว่างที่เราจองหรือซื้อไปแล้ว

 

  1. การพิจารณาทำเล

 

ทำเลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณา หลังจากพิจารณา 3 ข้อก่อนหน้านี้ได้แล้ว ให้คำนึงว่าสมาชิกในครอบครัว สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้อย่างสะดวกหรือไม่ หากจำเป็นต้องย้ายสถานที่เรียนหรือที่ทำงาน ก็ต้องดูว่าแถวนั้นมีสถานศึกษาหรือสถานประกอบการใกล้เคียงอะไรบ้าง เหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ และคำนึงถึงช่องทางการเดินทางมีถนนที่อำนวยหรือไม่ ใกล้รถไฟฟ้าที่ทำให้ไปทำงานหรือไปเรียนได้สะดวกหรือไม่ ประหยัดค่าใช้จ่ายไหม อีกทั้งดูในเรื่องของสถานที่อื่นๆ ที่ควรอยู่ใกล้ๆ ด้วย เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า Community Mall ร้านสะดวกซื้อ

 

  1. เลือกมุมและที่ตั้งของบ้านให้เหมาะสม

 

     การเลือกมุมและที่ตั้งของบ้านไม่ว่าจะเป็น ใกล้ทางเข้าโครงการ หรืออยู่มุมลึกๆ โครงการ ติดสระว่ายน้ำ ติดคลับเฮ้าส์ ฯลฯ ล้วนแต่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นควรดูจากความต้องการของทุกคนในครอบครัว ถ้าอยู่ใกล้สระว่ายน้ำ ติดคลับเฮ้าส์ ก็สะดวกแต่อาจจะมีการรบกวนจากคนจำนวนมาก ส่วนถ้าซื้อบ้านอยู่ลึกๆ โครงการก็ทำงานเกิดความสงบ แต่ห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการและทางเข้า-ออก โครงการ

 

  1. วัสดุที่ใช้และการตกแต่ง

 

      หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ เพราะวัสดุที่ใช้มีผลทำให้บ้านเย็นหรือร้อน รวมถึงความทนทานได้เช่นกัน เช่นอิฐมอญกันร้อนได้ดี มีความทนทานสูง แต่จะอมความร้อนไว้ถ่ายเทเข้าบ้านตอนค่ำๆ อิฐบล็อกไม่ค่อยแข็งแรง แต่ทำให้ข้างในร้อนไม่มาก รวมถึงสีที่ใช้มีความสวยงามและเหมาะสมหรือไม่ สีเป็นโทนร้อนหรือเย็น และสิ่งที่ควรตรวจสอบแม้จะซื้อไปแล้วคือ วัสดุและของตกแต่งตรงสเปคไหม ถ้าไม่ตรงควรที่จะร้องเรียน

 

  1. ดูทั้งหลักวิทยาศาสตร์และฮวงจุ้ย

 

         เลือกตามหลักวิทยาศาสตร์ให้ดี ใครอยากได้แดดตอนเช้าให้เลือกที่หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออก ส่วนใครไม่ได้ตื่นแต่เช้าทุกวัน จะเหมาะกับบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะจะไม่มีแดดตอนเช้ามารบกวน

 

       ส่วนด้านฮวงจุ้ย ก็ควรศึกษาให้ดีก่อนเลือกซื้อเช่นกัน

 

ข้อมูลจาก : home.co.th/hometips/detail/77291-10-เคล็ดลับ-วิธีการเลือกบ้านใหม่ / http://home.sanook.com/4141/

 

11 วิธี การกำจัดปลวกในปัจจุบัน

ant-41438_640

 

 

                สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่หลายๆ บ้านมักจะพบ นั่นก็คือปลวกนั่นเอง ดังนั้นจึงนำเสนอวิธีกำจัดและป้องกันปลวกกันนะครับ

 

  1. ใช้ใส้เดือนฝอย

 

         เหมาะสำหรับกำจัดปลวกดิน ดังนั้นบ้านใครมีสวนควรซื้อใส้เดือนฝอยมาเลี้ยงไว้ เพราะใส้เดือนฝอยกินปลวกดินเป็นอาหาร จึงสามารถนำมาใช้ลดปริมาณปลวกประเภทนี้ได้เยอะ

 

  1. ใช้กับดักล่อปลวก

 

          นำไม้กระดานแผ่นเรียบใหญ่พอประมาณ นำมาพรมน้ำให้ชื้น ติดไว้ใกล้จุดที่ปลวกอยู่ ทิ้งไว้นานหน่อย ปลวกจะมากินเหยื่อที่เราติดไว้ จากนั้นคุณก็นำแผ่นไม้นั้นไปเผาทิ้งเลย ช่วยลดปริมาณปลวกได้พอสมควร แต่ยังไม่ถือว่าเป็นการกำจัดอย่างสมบูรณ์

 

  1. ใช้ใบสัก

 

          เป็นการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง ใช้ใบสัก 3 ใบ บดรวมกับใบสักแห้งและใบสักสดอย่างละ 2 ใบ คลุกน้ำเปล่า 1 ลิตร นำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีปลวกหรือราดใส่รัง ทิ้งไว้ 15 นาที ตายยกรังเลย

 

         วิธีนี้พิเศษตรงที่เมื่อเทน้ำยาราดซ้ำไปอีกสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยให้ปลวกไม่กลับมาอีกด้วย อีกทั้งยังนำวิธีนี้มาประยุกต์กับสมุนไพรอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ใบสะเดา ขิง ข่า ตระไคร้

 

  1. ใช้ฮีทเตอร์

 

        ปลวกกลัวความร้อน ดังนั้นวิธีนี้ก็คืเปิดฮีตเตอร์ร้อนๆ เผาเลย

 

 

  1. ใช้แดดแรง

   

       ถ้าปลวกขึ้นตามเฟอร์นิเจอร์หรือของที่เคลื่อนย้ายได้ ให้นำออกมาตากแดดเลยครับ ยิ่งแดดแรงๆ ยิ่งดี วางทิ้งไว้สัก 2-3 วันตายหมดเลยครับ

 

  1. ใช้น้ำมันเก่า ป้องกันปลวกตามเสาไม้

 

         ถ้าที่บ้านท่านเป็นเสาไม้ ให้ราดรอบๆ เสาด้วยน้ำมันเก่า หรือใช้ผ้าชุบแล้วพันรอบเสาบ้าน เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาบ้านแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว เพราะใช้กันมานานและนอกจากป้องกันปลวกแล้ว ยังป้องกันมดได้ด้วย

 

  1. ใช้เกลือเทรองพื้นคานบ้านใหม่ ป้องกันปลวก

 

         ซื้อเกลือเม็ดทรายนำมาเทรองพื้นคาน เป็นการป้องกันปลวกขึ้นบ้านแบบระยะยาวเลย

 

  1. ลดความชื้นในบ้าน ลดปลวก

 

         บ้านไม้และความชื้นคือสิ่งที่ปลวกชอบ อาจติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หมั่นเปิดหน้าต่างระบายอากาศ เปิดม่านให้แสงแดดส่องถึง และติดตั้งเครื่องดูดความชื้นในกรณีที่บ้านคุณมีความชื้นค่อนข้างสูง หรืออยู่ในจุดที่ค่อนข้างอับ จะช่วยลดจำนวนปลวกได้

 

  1. ใช้จารบี

 

        นำจารบีอัดใส่รังปลวก แค่นี้ก็พากันหนียกรังเลย

 

  1. เก็บหนังสือในกล่องพลาสติกใส่ลูกเหม็น แทนเก็บในกล่องรัง ลดจำนวนปลวกที่มากัดกินหนังสือ และลดจำนวนปลวกในบ้าน

 

        อันนี้ตรงตัว ลดทั้งปลวกในบ้าน และปลวกกไม่มากัดกินกระดาษหรือหนังสือด้วย

 

 

  1. ใช้ยากำจัดปลวก

 

        เหมาะสำหรับกรณีที่ปลวกเพึ่งทำรัง ยังเป็นรังเล็กๆ กำจัดง่ายมาก โดยใช้ยาฉีดปลวกทั่วไปตามท้องตลาด ก่อนฉีกควรเปิดหน้าต่างให้โล่ง จัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากและถุงมือ

 

ที่มา : https://home.kapook.com/view100834.html / http://www.saradd.com/5996-content/

 

 

             

 

วิธีขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้อง

Screen Shot 2560-07-11 at 11.27.40 AM

 

สวัสดีครับ เรามีบทความดีๆ มาฝากผู้อ่านกันอีกเช่นเคยนะครับ สำหรับบทความนี้จะพูดถึงเรื่อง “การกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้อง” เชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจพบเจอกับปัญหานี้แน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลมีทางแก้แน่ๆ ครับ

  1. ควรเปิดประตู หน้าต่างระบายอากาศบ้าง

 

                  เนื่องจากหลายๆ ท่านอาจไม่ค่อยได้เปิดประตู หน้าต่างเพื่อให้ระบายอากาศส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นอับอยู่ในห้อง อีกทั้งการเปิดให้ห้องได้โดนแดดบ้างก็เป็นการฆ่าเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับได้ด้วย แนะนำว่าเมื่อเจอแดดเมื่อไหร่เปิดให้ห้องถ่ายเทเลย แต่ไม่ควรเปิดทิ้งไว้แล้วไม่อยู่บ้านนะครับ เดี๋ยวโจรจะมา

  1. โซฟา ผ้าปูที่นอน ต้องหมั่นทำความสะอาด

 

                  นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ห้องมีกลิ่นอับ เนื่องจากเราใช้นอน นั่ง อยู่ทุกๆ วัน เชื่อโรค แบคทีเรีย ก็ยิ่งสะสมทำให้สกปกรกแล้วมีกลิ่น ดังนั้นควรทำความสะอาดทุกๆ 2 สัปดาห์ โดยผ้าปูที่นอน สามารถถอดนำมาตากแดดเพื่อขจัดกลิ่นได้ ส่วนปลอกหมอน ผ้าห่มก็นำไปซัก ส่วนโซฟาก็ควรทำความสะอาดอย่างหมดจด

 

  1. ไม่ดองขยะในห้อง แต่ถ้าเริ่มมีกลิ่นทั้งที่ขยะยังน้อย แก้ได้

               

                   ง่ายมาก แค่นำมะนาวฝานแล้วทิ้งลงถังขยะไปเลย หรือใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองก้นถุงขยะ และควรเลือกใช้ถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด

 

  1. ขจัดกลิ่นห้องด้วยใบเตย

 

                    ใช้ใบเตยสดหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่จานไปวางไว้กลางห้อง เพราะใบเตยนี่มีคุณสมบัติแบบ 2 in 1 เลย นอกจากจะดูดกลิ่นอับในห้องแล้ว ยังมีกลิ่นหอมๆ จากใบเตยกระจายในห้องด้วย

 

  1. ขจัดกลิ่นอับห้องด้วยน้ำส้มสายชูหรือผงฟู

                

                     เพียงแค่นำไปใส่ภาชนะวางไว้กลางห้อง ก็ช่วยดูดกลิ่นอับได้เช่นกัน

 

  1. ขจัดกลิ่นอับห้องด้วยสมุนไพรไทย

                

                     ใช้ได้ทั้งตะใคร้สด ขิงสด ข่าสด มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือใช้ครกตำ ห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วแขวนไว้ในห้องที่มีกลิ่นอับก็ช่วยดูดกลิ่นได้

 

  1. เก็บกวาดห้อง และทำความสะอาดพื้นโดยใช้น้ำยา

 

                       ควรเก็บกวาดห้อง เคลียร์ของที่ไม่ใช้ และหมั่นล้าง ทำความสะอาดพื้นโดยใช้น้ำยา

 

  1. ใช้สเปรย์ปรับอากาศ

                       ใช้กลิ่นที่ชอบฉีดพ่นทิ้งไว้ในห้องเวลาปิดห้องไม่อยู่ เมื่อเปิดประตูในครั้งต่อไปก็จะได้กลิ่นหอมตามกลิ่นสเปรย์ที่ฉีดไว้

 

  สรุปจาก : tipsza.com/ห้องเหม็นอับ/ / http://home.sanook.com/1705/ / ddproperty.com/ข่าวอสังหาริมทรัพย์-บทความ/2017/3/149075/5-วิธี-เปลี่ยนห้องเหม็นอ    

 

ท่อตัน ท่อระบายช้า? มาล้างท่อง่ายๆกันเถอะ!

วิธีล้างท่อ

สวัสดีครับ ปัญหาท่อตันหลายคนอาจเคยเจอ แต่ไม่เป็นไร เรามีวิธีล้างท่อเบื้องต้นง่ายๆ มาฝาก ถึง 7 วิธีกันนะครับ

 

  1. ใช้ที่ปั้มส้วม (ช่วยได้เบื้องต้น)

 

                           ครอบที่ปั้มส้วมลงไปในปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบๆ ปั้มขึ้นลงประมาณ 10 ครั้ง ดูดสิ่งอุดตั้นขึ้นมา

 

  1. ใช้น้ำส้มชายชูและเบกกิ้งโซดา

 

                           เทเบกกิ้งโซดา ประมาณ ½ ถ้วยตรงลงในท่อ จากนั้นเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปแล้วทิ้ไว้รอสักครู่ และตามด้วยเทน้ำร้อนลงไป

 

  1. ใช้โซดาไฟ

                           วิธีนี้สำหรับใช้กับท่อส้วมเท่านั้น อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก็มี ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย วิธีการใช้ก็คือให้ให้นำน้ำเย็นเทลงในถัง ¾ แกลอน ตามด้วยโซดาไฟ 3 ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองและไอ ให้รีบเทลงชักโครกทิ้งไว้ 20-30 นาทีตามด้วยน้ำเดือด

 

  1. ใช้น้ำยาล้างจาน

 

                                 เทลงในท่อสัก ¼ ถ้วยตวง แล้วตามด้วยน้ำเดือด น้ำยาล้างจานสามารถกัดคราบไขมันที่อุดตันท่อได้ แต่ถ้าให้ดีใส่ถุงมือยางแล้วนำมือไปล้วงดึงเศษขยะด้วยจะช่วยให้สะอาดขึ้น

 

  1. ถอดท่อมาทำความสะอาด

 

                                 หากอุดตันหนักมาก ให้ถอดท่อออกมา ปิดวาล์วน้ำให้น้ำหยุดไหล แล้วนำถาดมารองไว้ใต้ท่อน้ำด้านล่าง จากนั้นค่อย ๆ ถอดท่อน้ำข้อต่อระหว่างอ่างกับผนังออกมาทีละส่วน แล้วใช้แปรงสีฟันขัดถูทำความสะอาดสิ่งอุดตันออกให้หมด จากนั้นนำที่ปิดน้ำตรงปากท่อน้ำทิ้งออกมาทำความสะอาด เป็นอันเสร็จ

                                  

  1. ใช้สายทะลวงท่ออุดตัน

 

             ใช้อุปกรณ์ที่ว่านี้หรืออีกชื่อเรียกคือ “งูเหล็ก” สอดเข้าไปในท่อที่อุดตัน และทะลวงเข้าไปพร้อมกับเปิดน้ำทิ้งหรือกดชักโครกไล่สิ่งอุดตันตามไปด้วย

 

  1. ใช้น้ำยาล้างท่อตัน

 

                   มีขายทั่วไปตามห้างและร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป วิธีใช้คือให้ทำให้น้ำในท่อน้อยที่สุด จากนั้นเท “น้ำยาล้างท่อตัน” ลงไปครึ่งขวด รอสัก 30 นาทีค่อยเทส่วนที่เหลือตามลงไปให้หมด

 

ท่อตัน_Seekster

 

ที่มา : https://home.kapook.com/view144575.html / http://homeenrich.blogspot.com/2013/06/duct-obstruction-problem.html

 

โฮมออฟฟิศดีอย่างไร?

 

                สวัสดีครับ เนื่องจากทุกวันนี้มีโฮมออฟฟิศกระจายอยู่ตามย่านต่างๆ มากมาย และกำลังเป็นที่นิยม ดังนั้นเราจึงมานำเสนอว่า โฮมออฟฟิศนั้น มีข้อดีอย่างไรบ้าง? ไปอ่านกันได้เลยครับ

  1. ช่วยลดเวลาเดินทาง

อันนี้เป็นมุมมองสำหรับเจ้าของกิจการโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก หรือระดับ Startup, SME ที่มักจะเป็น CEO ด้วย การที่ไปเช่าออฟฟิศที่อยู่ห่างไกลจากบ้าน ทำให้เสียเวลาเดินทาง ไป-กลับ นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังทำให้เปลืองเงินค่าเดินทางด้วย แทนที่จะนำไปใช้สำหรับลงทุนอะไรในบริษัทหรือเก็บไว้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ แม้จะดูน้อยนิดแต่เมื่อเก็บสะสมนานๆ ก็มีมูลค่ามากเช่นกัน นอกจากนี้ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้นทำให้คุณไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้า หรือถ้าตื่นมาก็มีเวลาให้ทำให้เตรียมนั่นนี่เยอะกว่าเพราะไม่ต้องเดินทาง เพราะโฮมออฟฟิศสามารถใช้พักอาศัยได้ในตัว

 

  1. ช่วยลดต้นทุน

จากที่เคยบอกไปว่าช่วยลดต้นทุนที่เสียไปกับการเดินทางของเจ้าของกิจการแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่นั้น สามารถช่วยประหยัดค่าใช้ในแต่ละเดือนได้ เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าส่วนกลางโครงการ เพราะว่าไม่ต้องขอใช้ไฟ น้ำ โทรศัพท์ เน็ต ถึงสองที่ ยกตัวอย่างง่ายๆ อินเทอร์เน็ตติดแค่ที่เดียว ตอนทำงานก็ได้ใช้ พอเลิกงาน เจ้าของกิจการพักผ่อนก็ได้ใช้เช่นกันในบิลเดียวซึ่งเราต้องเหมาจ่ายอยู่แล้ว

            ส่วนการลดค่าส่วนกลาง ก็คือการลดค่าส่วนกลางที่ไม่จำเป็น ถ้าคุณไปเช่าตามตึกสำนักงานที่มีลิฟต์ก็ต้องเสียค่าส่วนกลางที่มีราคาสูง

             

  1. ทำเลดี ดูน่าเชื่อถือ และดูไม่เครียดเกินไป

มีการดูแลที่ดีจากโครงการทั้งด้านความปลอดภัย และความสะอาด ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดูดีเวลาลูกค้ามาเห็นมาติดต่อ และทำให้ลูกน้องอยากมาทำงาน มีกำลังใจในการทำงานด้วย และอีกทั้งโครงการ Home Office มักจะตั้งอยู่ในที่ทำเลดีอยู่แล้ว แต่ตัวเจ้าของไม่ต้องเดินทางจากบ้านมาออฟฟิศ

 

  1. มีความอิสระสูง

             เลือกเวลาทำงานได้ เหมาะสำหรับงานที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออกตรงเวลาตามเวลาทุกวัน รวมถึงงานที่ต้องติดต่อต่างประเทศตามเวลาท้องถิ่นบ่อยๆ เพราะออฟฟิศตามตึกหลายที่ เปิด-ปิด แอร์ ลิฟต์ ประตูเข้า-ออก เป็นเวลา

 

            ตกแต่งได้ตามใจชอบไม่จำกัด ไม่ติด policy เหมือนออฟฟิศตามตึก

 

             การแต่งกายของพนักงาน หากไม่มีลูกค้าหรือใครมาติดต่อในวันนั้น อาจไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยมากๆ ตามทำเนียมแบบตามตึกที่มีสำนักงานอยู่มากๆ ได้ ทำให้เกินอิสระในการแต่งกาย ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน

 

  1. ได้ใกล้ชิดครอบครัว

           ครอบครัวรวมถึงลูกๆ ก็จะอยู่ในพื้นที่บ้านที่อยู่ภายในโฮมออฟฟิศของคุณ ทำให้สามารถเข้าไปหาเมื่อไหร่ก็ได้ และคนในครอบครัวรวมถึงลูกๆ ก็อุ่นใจ มีคนคอยดูแลในขณะที่งานหรือธุรกิจก็เดินหน้าไปพร้อมกันได้ ทำให้มีเวลาสร้างสัมพันธ์กับครอบครัวมากขึ้น

 

สรุปจาก : https://www.iurban.in.th/living/homeofficesme/

 

Seekster_Logo

 

ดูกันว่า ใน 1 ปี เราใช้งบทำความสะอาดเท่าไหร่?

ใน 1 ปี เราใช้งบทำความสะอาดเท่าไหร่?

                                            

 

                                แน่นอนในทุกๆ ปี เราต้องมีการทำความสะอาด บ้าน หรือห้อง หลายคนอาจไม่มีเวลาทำความสะอาดเอง ก็ต้องมีการจ้าง ซึ่งเมื่อจ้างไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถเห็นได้ว่า ทุกๆ 1 ปีเรามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ไปชมกันเลยครับ

 

  1. จ้าง 2 วัน/สัปดาห์ วันละ 500-700 บาท แล้วแต่ตกลง

        เดือนนึงมีประมาณ 4 สัปดาห์ 500X8 หรือ 700X8 = 4,000 – 5,600 บาท (จากการ Research พบว่าบางท่านอาจจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 9,000-10,000 เลยด้วย)

 

  1. ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป เช่นน้ำยาล้างต่างๆ ขวดละ 35 กว่าบาท (450 มิลลิลิตร) และขวดละ 100-400 กว่าบาท (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรูปแบบ แต่อยู่ในปริมาณ 3,500 มิลลิลิตร) ขวดนึงมีอายุการใช้งานดังนี้

 

450 มิลลิลิตร เมื่อใช้ทุกอาทิตย์อยู่ได้ประมาณ 3 เดือน หมายความว่าก็ต้องซื้อใหม่ทุกๆ 3 เดือน

 

3,500 มิลลิลิตร เมื่อใช้ทุกอาทิตย์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน หมายความว่าก็ต้องซื้อใหม่ทุกๆ 3 เดือน

คำนวณออกมาได้ดังนี้ ปีนึงมี 12 เดือน ก็ตกอยู่ที่ปีละ 140 บาท สำหรับ 450 มิลลิลิตร

 

หรือตกอยู่ที่ปีละ 200/400/600/800 กว่าบาท สำหรับ 3,500 มิลลิลิตร

 

นี่ยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ที่จำเป็นต้องใช้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ให้แม่บ้านอีกด้วยนะ

 

    ทีนี้มาดูกันปีนึงเมื่อรวมทั้งหมดตกปีละเท่าไหร่

 

ค่าจ้างแม่บ้านเดือนละ 4,000 บาท เมื่อครบ 1 ปี 4,000 X 12 = ตกปีละ 48,000 บาท นี่ขนาดแค่ราคาต่ำสุดละนะ

 

เมื่อบวกค่าวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องใช้เข้าไปอีกก็ตกปีละ

 

140 + 48,000 = 48,140

 

200 + 48,000 = 48,200

 

400 + 48,000 = 48,400

 

600 + 48,000 = 48,600

 

800 + 48,000 = 48,600

นี่ก็เป็นการหาโดยประมาณจากการ Research การพูดคุยใน Pantip ราคาวัสดุสิ้นเปลือง อ้างอิงจาก BigC Online

 

Seekster_Logo

 

มาทำ “สวนขวดกันเถอะ”

 

                สวัสดีครับ ปัจจุบัน สวนขวด ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากมีความสวยงาม ความสร้างสรรค์ และสามารถตั้งไว้ตามบริเวณต่างๆ ของบ้าน คอนโดและสำนักงานได้ บทความนี้จึงขอแนะนำวิธีจัดสวนในขวดง่ายๆ นะครับ

  1. ออกแบบว่าจะเลือกปลูกอะไรบ้าง

ควรเลือกพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และหากเลือกพืชหลายชนิดมาปลูกควรเลือกพืชที่อยู่ด้วยกันได้และจะเจริญเติบโตได้ดี

เลือกต้นไม้ที่โตแล้วยังมีขนาดเล็ก โตแล้วไม่งอกออกมาทะลุขวด และต้องเป็นต้นไม้ที่โดนแดดน้อยๆ ก็อยู่ได้ และต้องเป็นต้นไม้ที่ทนความชื้นได้สูง

  1. เลือกภาชนะ

เลือกได้หลายชนิด เช่นโหลปลา, ขวดโหลต่างๆ, ตู้ปลา, แจกันใส, ภาชนะที่ทำมาเพื่อปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ และสามารถทำได้ทั้งสวนขวดเปิดกับสวนขวดปิด

  1. เลือกสถานที่วาง

 

                   โดยต้องคำนึงถึงแสงสว่างโดยจะวางให้รับแสงแดดธรรมชาติ หรือใช้แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ก็ได้ แต่ก็ควรใช้หลอดไฟที่ออกแบบมาสำหรับจัดสวนโดยเฉพาะ ส่วนในเรื่องของอุณหภูมิ ควรเก็บไว้ภายในห้องที่อบอุ่น (ไม่ควรติดประตูทางเข้าบ้าน ระเบียงเย็นๆ) เลี่ยงที่จะวางสวนขวดเอาไว้บนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายได้ง่าย

 

  1. เลือกอุปกรณ์

 

  • ดินปลูก เลือกดินปลูกน้ำหนักเบาที่ระบายน้ำได้ดี และควรมีสแฟกนั่มมอสหรือพีทมอสผสมไว้ด้วย ในการตรวจสอบการระบายน้ำ ให้พรมน้ำเล็กน้อยลงไปในดิน
  • กรวดหรือหินเล็กๆ เลือกหินที่มีขนาด ¼ นิ้วหรือเล็กกว่าเพื่อการระบายน้ำ แต่สำหรับตกแต่งจะเลือกขนาดเท่าไรก็ได้
  • ถ่านกัมมันต์ แม้ว่าภาชนะที่ไว้ปลูกต้นไม้จะมีรูระบายน้ำแล้ว แต่ถ้าใช้ถ่านกัมมันต์ที่คุณสามารถซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลาหรือทำสวน จะทำให้ดินคงความสดใหม่
  • มอสแผ่น ปูบริเวณก้นขวด เพื่อการดูดซับน้ำส่วนเกิน
  • ถุงมือ เมื่อจะจับมอสแผ่น ก็ควรใส่ถุงมือและเสื้อแขนยาวเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากเห็ดรา

 

  1. ลงมือทำ

 

  • ล้างทำความสะอาดภาชนะ
  • ใส่หินเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ผสมหินกรวดเข้ากับถ่านขนาดกำมือหนึ่ง แล้วปูเอาไว้สูงขึ้นมาสักหนึ่งนิ้วข้างในภาชนะ
  • ใส่แผ่นมอส มอสจะป้องกันไม่ให้ดินร่วงผ่านลงไปถึงชั้นหิน
  • ใส่ดินลงไป ควรใส่ดินลงไปให้สูงประมาณสองสามนิ้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของสวนขวดและความยาวของรากต้นไม้ ค่อยๆ กดดินให้แน่นเพื่อไล่ลมและปรับหน้าดินให้เท่ากัน จากนั้นขุดหลุมเล็กๆ ในที่ที่จะวางต้นไม้ลงไป
  • ใส่ต้นไม้
  • ใส่ของตกแต่ง
  • รดน้ำลงไปเล็กน้อย เป็นอันเสร็จ

 

  1. การดูแลรักษา

 

  • รดน้ำต้นไม้ ถ้าเป็นสวนขวดแบบเปิด ให้น้ำต้นไม้ในเป็นครั้งคราว แต่แบบเปิดควรจะรดน้ำครั้งหนึ่งต่อสัปดาห์ ส่วนพวกไม้อวบน้ำและกระบองเพชรต้องการน้ำแค่เดือนละครั้งก็พอ
  • ถ้ามีวัชพืช รา หรือต้นไม้ป่วยใกล้ตาย จัดการทันที
  • ให้อากาศสดชื่นเข้ามาบ้าง ถ้าสวนขวดของคุณเป็นแบบปิด ให้เปิดออกบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีไอน้ำควบแน่นเกาะอยู่ข้างขวด

 

ที่มา : th.wikihow.com/ทำสวนขวด

 

Seekster_Logo

 

 

8 วิธีดูแลออฟฟิศให้น่าทำงาน!

ออฟฟิศ Tips

                สวัสดีครับ สำหรับบทความนี้จะพูดถึงเรื่อง การดูแลออฟฟิศในหัวข้อต่างๆ เริ่มจากหัวขอแรก เนื่องจากสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับสำนักงานและต้องใช้กันทุกวันนั้นก็คือ “เครื่องใช้สำนักงาน” วันนี้จะมานำเสนอ “แนวทางการดูแลเครื่องใช้สำนักงาน” กันนะครับว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง?

การดูแลเครื่องใช้สำนักงานประกอบด้วย

 

  1.  การติดตั้ง

 

  1.  การให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่อง      

 

  1.  การฝึกอบรมการใช้เครื่องมือ       

 

  1.  การบำรุงรักษา     

 

  1.  การซ่อมแซม      

 

  1.  การเก็บรักษา

 

  1.  ใช้งานตามวัตถุประสงค์    

 

  1.  การควบคุมดูแล  การบำรุงและรักษาเครื่อง

 

ต่อมาจะมาพูดถึงเรื่อง “การจัดสำนักงาน” กันบ้างนะครับ

       

สี ที่ใช้ในสำนักงาน  จะแสดงเอกลักษณ์จากตัวของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ  ใช้ผสมผสานสอดคล้องกันทั้งตัว

 

แสง แสงที่ใช้ต้องสว่างไสว เหมาะสมกับสายตาของผู้ทำงาน และผู้ใช้บริการสำนักงานเหล่านั้นหากมองอีกด้านหนึ่งเท่ากับเป็นการแสดงถึงความสว่างไสวของสำนักงานที่ให้บริการด้วยความเต็มใจ

 

โต๊ะทำงาน  เป็นโต๊ะที่พนักงานในสำนักงาน สามารถเคลื่อนไหวงานได้คล่องตัว

 

 

สรุปจาก : https://sites.google.com/site/donadpharwy/prawati-khxng-sanakngan-1 / http://phajae.mobile.exteen.com/20090114/entry

 

 

และถ้าหากกำลังมองหา บริการทำความสะอาดสำหรับ ออฟฟิศ หรือ โฮมออฟฟิศอยู่ละก็ ทิ้งข้อมูลไว้เลยที่ https://officials.typeform.com/to/PkXlSF เดี๋ยวทางเราจะติดต่อกลับพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษค่า

 

สุดเจ๋ง 5 เทคนิคขับรถหน้าฝน ให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย!!

ตกเช้า ตกเย็น ตกค่ำ ช่วงนี้เราก้าวเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ชีวิตประจำวันและภารกิจของชีวิตยังไม่เคยเปลี่ยนไป ไหนจะต้องทำงาน ไหนจะต้องเดินทาง วันนี้Seeksterมีวิธีดีๆ ที่จะทำให้การขับขี่พาหนะในช่วงหน้าฝนนั้นปลอดภัยขึ้น ไปดูกัน!

 

เทคนิคขับรถหน้าฝน

1. รถไถล หรือ ลอยบนผิวน้ำ โดยปรกติแล้วเมื่อเห็นแหล่งน้ำบนผิวถนนทางดีที่สุดคืออย่าลุยเข้าไป หรือถ้าหากหลบเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใช้ความเร็วต่ำในการลุยน้ำ แต่ถ้าหากพลาดพลั้งลุยเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วละก็ มารับมือกับสถานการณ์นี้โดย จับพวงมาลัยให้มั่น ลดความเร็วรถก่อนถึงแอ่งน้ำจะช่วยลดแรงกระแทก ห้ามเหยียบเบรกในขณะที่ขับผ่านแอ่งน้ำ เพราะจะทำให้ล้อล็อคและรถเสียการทรงตัว จนเกิดอาการหมุนหรือปัดอย่างรวดเร็ว ให้แก้ไขโดยค่อย ๆ ถอนคันเร่งรอจนรถสามารถทรงตัวได้ดี จึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ

2.หลีกเลี่ยงการเบรคกระทันหัน นอกจากจะทำให้รถคันหลังตกใจและเสี่ยงกับอุบัติเหตุแล้วนั้น การเบครกระทันหันบนถนนเปียกยังสามารถทำให้ล้อล็อค และทำให้รถไถลไปบนผิวถนนได้ ทำให้ยากต่อการควบคุม

3. การใช้เบรค การใช้เบรคบนสภาพถนนที่เปียกนั้น ไม่ควรเหยียบเบรคแรงๆ หรือเหยียบครั้งเดียวยาวๆ เช่นกัน การเหยียบเบรคแรงๆ จะทำให้ล้อล็อค และมากกว่านั้นคือบางครั้งผ้าเบครของเรานั้นเปียกอยู่ อาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบเบรคนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นการเหยีบเบคร ย้ำๆ เบาๆ เป็นครั้งๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพื่อไลน้ำออกจากระบบเบรค

4.ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะรถวิ่ง หลายครั้งที่พบเห็นว่าเวลาฝนตกหนัก จะพบเห็นว่ารถเปิดไฟหน้า นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วสำหรับการเพิ่มทัศนวิสัยในการขับรถขณะฝนตก แต่ “ไฟฉุกเฉิน” นั้นเป็นไฟที่เหมาะกับการใช้งานขณะรถจอด หากรถวิ่งอยู่อาจทำให้เกิดความสับสนของผู้ร่วมใช้ถนนได้ (เข้าใจผิดว่าจะเลี้ยว)

5.หากต้องขับลุยพื้นที่น้ำท่วมควรจะปิดแอร์และใช้เกียร์ต่ำ ( เกียร์ Lหรือ เกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป น้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียได้ และไม่ควรลุยลงไปลึกเกินไป (ขึ้นอยู่กับระดับท่อรับไอดีของรถ)

 

แต่ทางที่ดี Seekster แนะนำว่าการขับขี่ขณะฝนตกนั้นควรใช้ความระมัดระวังสูง และใช้ความเร็วต่ำ เพื่อให้ตัดสินใจได้ทันกับเหตุการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

 

และแล้ว Seekster ขอขายของก่อนนะ ขายกันตรงๆไปเลย ฝนตกบ่อย รถเลอะ ไม่อยากไปล้างรถที่ร้าน จองเลยบริการล้างรถ Delivery จาก Seekster ไม่ต้องไม่รอที่ร้าน ไม่ต้องขับรถออกไป จองปั๊บเราไปล้างให้ถึงที่ เราเตรียมไปทุกอย่าง (น้ำก็เอาไปนะ) จองเลยที่ >> https://goo.gl/C14Bvm

 

Seekster_Logo